Advertisements

ใบงานที่ 3

ใบงานที่ 3

มาตรฐานงานเขียนแบบ

  1. มาตรฐาน หมายความว่าอะไร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

2. กระดาษที่ใช้ในการเขียนแบบมีลักษณะอย่างไรและมีขนาดอะไรบ้าง

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3. เส้นเต็มหนาคือ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. เส้นประ คือ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. เส้นศูนย์กลางหนา คือ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

6. เส้นมือเปล่า คือ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ใบความรู้ที่ 3

ใบความรู้ที่ 3

เรื่อง  มาตรฐานงานเขียน

ความหมายของมาตรฐาน

มาตรฐาน  มายถึง ข้อกำหนดหรือข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ผลิต และผู้ใช้เพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกันเกี่ยวกับ ขนาด รูปร่าง น้ำหนัก และส่วนผสมของวัสดุอย่างใดอย่างหนึ่งที่ทำการผลิตขึ้นจากแหล่งผลิตต่าง ๆ ให้มีคุณสมบัติ และคุณภาพเหมือนกันสามารถนำมาใช้สับเปลี่ยนทดแทนกันได้

มาตรฐานในการเขียนแบบ

  1. 1. กระดาษ (PAPER)

กระดาษเขียนแบบเป็นวัสดุในงานเขียนแบบ ใช้สำหรับบันทึกรูปภาพ  ชิ้นส่วน หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่วิศวกร

ออกแบบคิดขึ้น เพื่อถ่ายทอดความคิดไปให้ช่างเทคนิคผลิตงานตรงแบบได้ถูกต้อง กระดาษสำหรับเขียนแบบที่ใช้งานมี 2 ชนิด คือ กระดาษธรรมดา และกระดาษไข (สำหรับนำไปถ่ายพิมพ์เขียว) เพื่อให้กระดาษเขียนแบบเป็นมาตรฐานสากล และสะดวกแก่ผู้ผลิต และผู้ใช้จึงได้มีการกำหนดขนาดมาตรฐานกระดาษเขียนแบบขึ้น โดยคิดจากพื้นที่ของกระดาษ 1 ตารางเมตร โดยการใช้เครื่องหมาย A เป็นตัวกำหนด วึ่งความกว้าง และความยาวของกระดาษจะเป็นอัตราส่วน 1 :   2

ขนาดมาตรฐาน

ขนาดของกระดาษ

A1 594 X 841
A2 420 X 594
A3 297 X 420
A4 148 X 210

A1

A2

A3 A4
A4

1.1 การติดกระดาษ

ในการติดกกระดาษจะต้องติดกระดาษลงบนกกระดานเขียนแบบให้แบนสนิท  โดยใช้เทปกาวควรวางตำแหน่งของกระดาษเขียนแบบให้ใกล้กับขอบทางซ้ายมือของกระดานเขียนแบบ เพื่อให้เกิดระยะผิดพลาดจากการเขียนแบบน้อยที่สุด

ภาพที่ 3.1 การติดกระดาษเขียนแบบ

1.2 การตีกรอบและตารางรายการ

กระดาษเขียนแบบต้องตีกรอบกระดาษ และตารางรายการเพื่อใช้เขียนข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ สำหรับแบบ

งาน  โดยตีตารางรายการไว้มุมด้านล่างของกระดาษเขียนแบบ

ชื่อ ชื่องาน
ชั้น แบบ

ภาพที 3.2 ลักษณะการตีกรอบกระดาษเขียนแบบ

  1. 2. เส้น (LINE)

เส้นที่ใช้เขียนแบบงานแต่ละเส้นมีความหมายเฉพาะตัว  ซึ่งจะบอกถึงลักษณะงานและทำให้การเขียน

แบบสมบูรณ์ เส้นที่ใช้ในการเขียนแบบกำหนดความหนาของเส้นตามระบบ ISO ซึ่งกำหนดเป็นมาตรฐานสากล เหมาะสำหรับเขียนแบบเพื่อนำไปถ่ายเป็นไมโครฟิล์ม เพราะเมื่อถ่ายแบบออกมาจากไมโครฟิล์มไม่ว่าจะย่อหรือขยาย มาตรฐานความหนาของดส้นจะไม่เปลี่ยนแปลง ความหนาของเส้นที่ใช้ในงานเขียนแบบ จะเพิ่มขึ้นตามอนุกรมก้าวหน้าเรขาคณิตของ   2  คือ 0.13, 0.18,0.25,0.5,0.7,1.0,1.1 มิลลิเมตร  ตามลำดับ

2.1 เส้นเต็มหนา เป็นเส้นที่ลากติดต่อกันมีหลายลักษณะ เช่น เส้นตรง เส้นโค้ง ใช้แสดงเส้นขอบรูป

ภาพที่ 3.3  ลักษณะของเส้นเต็มหนา

2.2  เส้นเต็มบาง เป็นเส้นที่ลากติดต่อกัน ใช้เขียนเพื่อช่วยบอกขนาดงาน และแสดงลายตัด

ภาพที่ 3.4  ลักษณะของเส้นเต็มบาง

2.3  เส้นประ เป็นเส้นที่ขีด 4 มม. เว้น 1  มม. ขีด  4  มม.  ใช้เขียนเพื่อแสดงรูปงานที่ถูกบังหรือมองไม่เห็น

ภาพที่ 3.5  ลักษณะของเส้นประ

2.4 เส้นศูนย์กลางหนา เป็นเส้นที่ลากยาว  7  มม.  เว้น  1  มม.  ขีดเส้น  7  มม.  ใช้เขียนเพื่อแสดงแนวตัด

ภาพที่ 3.6  ลักษณะของเส้นศูนย์กลางหนา

2.4  เส้นศูนย์กลางบาง เป็นเส้นที่ลาก 10 มม. เว้น 1 มม.  ขีด 1 มม. ใช้เขียนเพื่อแสดงแนวเส้นศูนย์กลาง

หรือชิ้นงานที่เคลื่อนไหว

ภาพที่ 3.7  ลักษณะเส้นที่ใช้แสดงการตัดศูนย์กลางบาง

2.5  เส้นมือเปล่า เป็นเส้นที่ใช้แสดงการตัดเฉพาะส่วน

ภาพที่ 3.8 ลักษณะของเส้นมือเปล่า

ใบงานที่2

ใบงานที่ 2

เครื่องมือเขียนแบบ

ศึกษาใบความรู้ที่ 2 เรื่อง เครื่องมือเขียนแบบ

¨    จงเขียนเส้นตามที่กำหนดให้โดยใช้ไม้ทีและบรรทัดสามเหลี่ยม ลงในกระดาษที่แจกให้

  1. การเขียนเส้นนอน
  2. การเขียนเส้นดิ่ง
  3. การเขียนเส้นเอียง 45 องศา
  4. การเขียนเส้นเอียง 30 องศา
  5. การเขียนเส้นเอียง 60 องศา
  6. การเขียนวงกลมด้วยวงเวียน

ใบงานที่1

ใบงานที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเขียนแบบ

สมาชิกกลุ่มที่……………..

1…………………………………………….4……………………………………………….

2…………………………………………….5……………………………………………….

3…………………………………………….6……………………………………………….

ศึกษาใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเขียนแบบ

1.การเขียนแบบ (Technical Drawing) หมายความว่าอะไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

2.การเขียนแบบมีด้วยกันหลายอย่าง แต่ถ้าจะแบ่งตามลักษณะของงาน สามารถแบ่งออกได้กี่ประเภท อะไรบ้าง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

3.ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของการเขียนแบบคือใคร เพราะเหตุใด

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

4.เรานำการเขียนแบบไปใช้งานอย่างไรบ้าง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

5. การเขียนแบบ DETAIL DRAWING เป็นการเขียนแบบอย่างไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

6. จงอธิบายความสำคัญของการเขียนแบบ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

เครื่องมือเขียนแบบ

ใบความรู้ที่ 2

เรื่อง  เครื่องมือเขียนแบบ

เครื่องมือที่ใช้ในการเขียนแบบ

การปฏิบัติการเขียนแบบที่จะได้แบบงานที่ถูกต้องสมบูรณ์  ได้มาตรฐานนอกจากจะต้องอาศัยทักษะของผู้ปฏิบัติการเขียนแบบแล้ว  เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเขียนแบบก็มีความสำคัญ และมีส่วนช่วยทำให้การเขียนแบบได้แบบงานที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เครื่องมือที่ใช้ในการเขียนแบบ ได้แก่

  1. 1. กระดานเขียนแบบ (DRAWING BOARD)

กระดานเขียนแบบเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นที่ใช้ในการเขียนแบบ ผิวหน้าของกระดานจะต้องเรียบ

สม่ำเสมอตลอดแผ่น  สำหรับรองรับกระดานเขียนแบบ นอกจากนั้นบริเวณของข้างของกระดานจะต้องเรียบตรงตลอด เพราะว่าเป็นส่วนที่หัวไม้ทีจะต้องสัมผัสและเคลื่อนที่ในขณะทำการเพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมกับกระดาษเขียนแบบ

ภาพที่ 2.1 ลักษณะกระดานเขียนแบบ

  1. 2. ไม้ที (T-SQUARE)

ไม้ทีเป็นเครื่องมือที่สำคัญในงานเขียนแบบ ไม้ทีมีส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ หัว(HEAD) ทำจากไม้เนื้อแข็ง

และใบ(BLADE) ทำจากไม้ที ขอบทำจากพลาสติกใสทั้งสองส่วนจะยึดตั้งฉากกัน ไม้ทีใช้สำหรับเขียนเส้นในแนวนอน และใช้ประกอบกับฉากสามเหลี่ยม สำหรับเขียนเส้นในแนวดิ่ง และเส้นเอียงเป็นมุมต่าง ๆ

ภาพที่ 2.2 ลักษณะและการใช้ไม้ทีเขียนเส้น

  1. 3. บรรทัดสามเหลี่ยม (TRIANGLES)

บรรทัดสามเหลี่ยมปกติทำมาจากพลาสติกใส  สามารถมองเห็นเส้นที่เขียนได้ชัดเจนบรรทัดสามเหลี่ยม

จะใช้คู่กับไม้ที สำหรับเขียนเส้นดิ่ง  เส้นเอียงเป็นมุมต่าง ๆ บรรทัดสามเหลี่ยมปกติจะมี 2 อัน คือ 90º – 45º – 45 º และ 90º – 30º – 60º

ภาพที่ 2.3 ลักษณะและการใช้บรรทัดสามเหลี่ยม

  1. 4. บรรทัดเขียนส่วนโค้ง (IRREQULAR CURVES)

บรรทัดเขียนส่วนโค้ง  เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเขียนส่วนโค้ง หรือเส้นโค้งในแบบงานที่ไม่สามารถใช้

วงเวียนเขียนได้ การใช้บรรทัดส่วนโค้งเขียนส่วนโค้งเป็นการเขียนที่จะต้องให้เส้นต่อเนื่องกันโดยการให้ส่วนโค้งของบรรทัดสัมผัส 3 3 จุด แล้วจึงลากเส้นผ่านจุดนั้น ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความชำนาญ และมีประสบการณ์ในการใช้บรรทัดส่วนโค้งจึงจะสามารถเขียนส่วนโค้งได้สมบูรณ์

ภาพที่ 2.4 ลักษณะและการใช้บรรทัดส่วนโค้ง

  1. 5. วงเวียน (COMPASS)

วงเวียนเป็นเครื่องมือสำหรับใช้เขียนส่วนโค้ง หรือวงกลม ก่อนใช้วงเวียนควรปรับระยะไส้ดินสอให้เสมอ

กับหลักศูนย์กลาง และควรลับดินสอให้เอียง เพื่อสะดวกในการวัดระยะรัศมี และจะทำให้เขียนส่วนโค้งสะดวก วงเวียนที่ใช้งานในการเขียนแบบมีหลายลักษณะ ควรเลือกใช้วงเวียนให้เหมาะสมกับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของวงกลมที่จะเขียน

ภาพที่ 2.5 ลักษณะของดินสอที่ใช้ในวงเวียน

5.1  วงเวียนวงกลมเล็ก (BOW COMPASS) เป็นวงเวียนสำหรับใช้เขียนวงกลมที่มีรัศมีไม่เกิน 15 มิลลิเมตร

วงเวียนชนิดนี้ใช้แรงสปริง และสกรูเป็นตัวปรับขนาดความกว้างของรัศมี

ภาพที่ 2.6 ลักษณะของวงเวียนวงกลมเล็ก

5.2  วงเวียนเขียนวงกลมโต (LARGE COMPASS) เป้นวงเวียนที่ออกแบบสำหรับใช้เขียนวงกลมขนาด

ใหญ่ ซึ่งไม่สามารถเขียนด้วยวงเวียนเล็กได้

ภาพที่ 2.7 ลักษณะของวงเวียนเขียนวงกลมโต

5.3 วงเวียนคาน(BEAM COMPASS) เป็นวงเวียนที่ออกแบบสำหรับใช้เขียนวงกลมขนาดใหญ่ ซึ่งไม่สามารถเขียนด้วยวงเวียนธรรมดาได้

ภาพที่ 2.8 ลักษณะของวงเวียนคาน

5.4 วงเวียนวัดระยะ (DIVIDERS) วงเวียนวัดระยะมีรูปร่างลักษระคล้ายกับวงเวียนที่ใช้ในงานเขียนแบบทั้วไปแต่ ปลายขาวงเวียนจะเป็นปลายแหลมทั้งสองข้างใช้สำหรับวัดระยะจากเครื่องมือวัดแล้วนำไปถ่ายขนาดลงบนแยยงาน หรือใช้แบ่งเส้นตรงออกเป็นส่วน ๆ เท่า ๆ กัน

ภาพที่ 2.9 การใช้วงเวียนวัดระยะแบ่งเส้น

6. ดินสอเขียนแบบ (DRAWING PENCIL)

ดินสอเขียนแบบเป็นเครื่องมือที่ใช้ขีดให้เป็นเส้นบนกระดาษเขียนแบบ ดินสอเขียนแบบมี 2 ชนิด คือ ดินสอเปลือกไม้ และดินสอแบบเปลี่ยนไส้ได้ส่วนที่สำคัญที่สุดของดินสอเขียนแบบ คือไส้ดินสอ ซึ่งทำจากกราไฟต์ (GRAPHITE) โดยนำมาอัดให้เป็นแท่ง โดยให้มีความแข็งอ่อนของไส้แบ่งเป็นเกรดต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการนำไปใช้ในงานเขียนแบบ

ภาพที่ 2.10 ลักษณะของดินสอเขียนแบบ

เกรด B ,HB , F              ใช้สำหรับเขียนเส้นขอบรูป ตัวเลข ตัวอักษร

เกรด H , 2H                  ใช้สำหรับเขียนเส้นบอกขนาด เส้นช่วยบอกขนาด เส้นภาพตัด

เกรด 3H , 5 H               ใช้สำหรับร่างแบบ

ภาพที่ 2.11  การแบ่งเกรดของไส้ดินสอ

7. เครื่องเหลาดินสอ (PENCIL SHARPENERS)

เครื่องเหลาดินสอเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ใช้ในการเขียนแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานโดยเครื่องเหลาจะเหลาปอกเฉพาะเปลือกไม้ออก โดยจะปล่อยไส้ดินสอเปลือยไว้ดพื่อสามารถนำไปทำการเหลาให้แหลมเป็นรูปร่างตามต้องการ

ภาพที่ 2.12  ลักษณะของเครื่องเหลาดินสอ

เมื่อปอกเปลือกไม้ออกแล้วก็แต่งปลายไส้ดินสอให้เป็นกรวย หรือรูปลิ่มตามต้องการ โดยอาจใช้กบเหลาไส้หรือกระดาษทราย

ภาพที่ 2.13  ลักษณะการเหลาไส้ดินสอ

8. เครื่องทำความสะอาด

งานเขียนแบบที่มีคุณภาพนั้น  นอกจากแบบงานจุถูกต้องสมบูรณ์ได้มาตรฐานแล้ว  แบบงานจะต้องสะอาด ซึ่งต้องใช้เครื่องมือสำหรับทำความสะอาด คือ

8.1 แปรงปัด (DUSTING BRUSH) เป็นแปรงขนอ่อน ใช้สำหรับปัดบนกระดาษเขียนแบบพวกเศษยางลบ และเศษผงอื่นๆ

8.2 ยางลบ (ERASERS) เป็นยางลบที่ต้องมีเนื้อยางอ่อน เพื่อใช้สำหรับลบงานแล้วจะไม่ทำให้กระดาษเป็นขุย หรือเป็นรอย

8.3 แผ่นกันลบ (ERASING SHIELD) ทำจากแผ่นโลหะบาง เจาะรูไว้หลายลักษณะใช้กันลบบริเวณที่เขียบนเส้นผิดพลาด

ภาพที่ 2.14  การใช้แผ่นกันลบ



ใบความรู้เรื่องความรู้เบื้องต้นของการเขียนแบบ

ใบความรู้ที่ 1


เรื่อง  ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเขียนแบบ

ความหมายของการเขียนแบบ

การเขียนแบบ หมายถึง การถ่ายทอดจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ของวิศวกร หรือนักออกแบบให้ออกมาเป็นรูปร่างบนกระดาษ รูปร่างจากจินตนาการเกิดจากการลากเส้นหลาย ๆ ลักษณะ เช่น โค้ง เส้นนอน เส้นดิ่ง เส้นเอียง มาประกอบกัน เกิดรูปร่างขึ้น เรียกว่าแบบงาน สำหรับนำไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันและเครื่องมืออุปกรณ์ เครื่องจักรกลต่าง ๆ ที่ใช้งานในอุตสาหกรรม

วิวัฒนาการของงานเขียนแบบ

สิ่งก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมต่าง ๅ เช่น ปิรามิดที่อิยิปต์ ทัชมาฮัลที่อินเดีย ปราสาทหินนครวัดที่กัมพูชา จะสังเกตุได้ว่ามีรูปแบบ รูปทรง ขนาด ซึ่งน่าจะเกิดจากการวางแผน การกำหนดขนาด หรือมีแบบแปลนก่อนที่จะลงมือสร้าง เมื่อประมาณ 4000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาวเมโซโปเทเมีย เป็นชนชาติแรก ที่รู้จักการเขียนแบบจากการสำรวจของนักโบราณคดีพบแผ่นหินเขียนเป็นภาพแปลนของป้อมปราการซึ่งเขียนขึ้นโดย วาลเดน กูตัว

ภาพที่ 1.1 แผ่นหินเขียนเป็นภาพแปลนป้อมปราการ

ในศตวรรษที่ 15 ลิโอนาโด ดาวินซี ชาวอิตาลี ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาของการเขียนแบบ ลิโอนาโด ดาวินซี เป็นนักปราชญ์ที่ถ่ายทอดจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ด้วยการเขียนแบบเป็นภาพสามมิติ (PICTORIAL) ภาพจากจินตนาการของ ลิโอนาโด ดาวินซี หลายชิ้น เป็นต้นแบบที่ใช้ในการสร้างเครื่องจักรกลหลายชิ้นในปัจจุบัน การเขียนแบบได้มีการพัฒนาขึ้นหลายอย่าง ทั้งเครื่องมือเขียนแบบและเทคนิคการเขียน

ภาพที่ 1.2 ภาพสเก็ตจากจินตนาการของ ลิโอนาโด  ดาวินซี

ในศตวรรษที่ 18 แกสพาร์ค  มอคกิจ ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ริเริ่มการเขียนแบบภาพฉายใช้ในงานก่อสร้างชึ่งถือว่าเป็นต้นแบบในการเขียนแบบยุคปัจจุบัน

ภาพที่ 1.3 การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเขียนแบบ

ประเภทของการเขียนแบบ

การเขียนแบบมีด้วยกันหลายอย่าง แต่ถ้าแบ่งออกตามลักษณะของงานแล้วมีด้วยกัน 2 ประเภท คือ

  1. การเขียนแบบทางสถาปัตยกรรม (ARCHITECTURAL DRAWING) ได้แก่การเขียนแบบทางการก่อสร้างอาคารสถานที่ต่า ๆ เช่น การเขียนแบบแบบโครงสร้าง การเขียนแบบแผนที่และช่างสำรวจ เป็นต้น
  2. การเขียนแบบทางวศิวกรรม (EMGINEERING DRAWING) ได้แก่การเขียนแบบทางสร้างเครื่องจักรกลต่าง ๆ เช่น การเขียนแบบเครื่องกล การเขียนแบบรถยนต์

การเขียนแบบไฟฟ้าวิทยุ การเขียนแบบช่างกลและโลหะแผ่น เป็นต้น

การนำการเขียนแบบไปใช้งานลักษณะต่าง ๆ

การเขียนแบบได้รับยอมรับว่าเป็นภาษาสากล ที่ใช้สื่อสารระหว่าง นักออกแบบ วิศวกร ช่างเทคนิค และช่างฝีมือ ซึ่งจำเป็นต้องเรียนรู้ ทั้งทางด้านการเขียนแบบเพื่อสั่งงาน และความสามารถในการอ่านแบบเพื่อทำงานตามแบบ การเขียนแบบจึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมทุกสาขา เช่น

  1. เขียนแบบทางสถาปัตยกรรม โดยสถาปนิกจะทำการออกแบบและเขียนแบบ สำหรับ

การก่อสร้างอาคารพาณิชย์ หรืออาคารที่พักอาศัยโดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย งบประมาณ ซึ่งการก่อสร้างในปัจจุบันเป็นอุตสาหกรรมที่เจริญเติบโต และแข่งกันสูงมาก

ภาพที่ 1.4 การเขียนแบบทางสถาปัตยกรรม

  1. เขียนแบบทางไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์  เป็นแบบที่แสดงลักษณะการจัดวางตำแหน่งของวงจร และทิศ

ทางการไหลของกระแสไฟฟ้าโดยทั่วไปแล้วจะใช้สัญลักษณ์ในการเขียนแบบ

ภาพที่ 1.5 ลักษณะแบบทางไฟฟ้า

  1. เขียนแบบสำหรับงานท่อ  เป็นแบบที่แสดงตำแหน่ง ชนิด และขนาดของท่อ การเขียนแบบงานท่อ โดยทั่ว

ไปแล้วจะใช้สัญลักษณ์แทนท่อ และอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ

ภาพที่ 1.6 ลักษณะเขียนแบบงานท่อ
  1. แบบสิทธิบัตร  เป็นการเขียนแบบสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่คิดค้นขึ้นมาได้เพียงเสนอต่อกองสิทธิบัตรของทาง

ราชการ การเขียนแบบสิทธิบัตรนี้จะต้องแสดงและแยกแยะส่วนประกอบสำคัญทุกส่วนของสิ่งประดิษฐ์ โดยอาจเขียนเป็นภาพฉแายหรือภาพพิกทอเรียล หรือเป็นภาพฉแายกับภาพพิกทอเรียลก็ได้

ภาพที่ 1.7 แบบสิทธิบัตรที่ จอห์น เอ็ม เบรานิงค์ จดทะเบียนในปี 1897

  1. การกเขียนแบบเครื่องกล  เป(นการเขียนแบบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องจักร เครื่องกล เพื่อจะได้นำไปผลิต

ตามขบวนการอุตสาหกรรมให้ได้เป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ สำหรับสร้างเครื่องจักรกลต่อไปการเขียนแบบเครื่องกล แบ่งออกได้ 2 ลักษณะ คือ

5.1  แบบภาพประกอบ (ASSEMBLY DRAWING)

แบบภาพประกอบเป็นการเขียนแสดงลักษณะรูปร่างชิ้นส่วนของเครื่องกล เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ

มีการประกอบกันลักษณะอย่างไร ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นอยู่ในตำแหน่งไหน แบบภาพประกอบมีความสำคัญ และจำเป็นต่องานผลิตชิ้นส่วนประกอบที่ต้องใช้ชิ้นส่วนหลายชิ้นมาประกอบกัน ทำให้สามารถวางแผนในขบวนการผลิต และการควบคุมการผลิตให้เป็นตามแบบงาน

ภาพที่ 1.8 ลักษณะแบบภาพประกอบเครื่องเจียรไน

5.2  แบบภาพแยกชิ้น (DETAIL DRAWING)

แบบภาพแยกชิ้น เป็นการเขียนชิ้นส่วนแต่ละชิ้นของเครื่องจักร เครื่องกล หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อแสดง

ลักษณะรูปร่าง ขนาด และรายละเอียดของชิ้นส่วนแต่ละชิ้นส่วนให้ชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการอ่านแบบและทำการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อนำมาประกอบกันเป็นเครื่องจักร อุปกรณ์ต่อไป

ภาพที่ 1.9 ลักษณะแบบภาพแยกชิ้น